เหตุใด IoT จึงจำเป็นสำหรับการริเริ่มของ ESG
11 Feb 2026
ESG IoT
Share :
ในยุคที่ความยั่งยืนไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่เป็น ทางรอด ของธุรกิจ การทำ ESG จึงต้องชัดเจน ตรวจสอบได้ และจับต้องได้จริง แต่ปัญหาที่หลายองค์กรเจอคือ จะวัดผลสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร? คำตอบที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้คือการนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เข้ามาเชื่อมต่อโลกกายภาพเข้ากับข้อมูลดิจิทัล

1. Environmental (สิ่งแวดล้อม): เปลี่ยนจาก คาดการณ์ เป็น ความแม่นยำ

หัวใจของสิ่งแวดล้อมคือการลดรอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) ซึ่งเซ็นเซอร์ IoT จะทำหน้าที่เป็น ดวงตา ให้กับองค์กร:
Smart Energy Management: ติดตามการใช้ไฟฟ้าในอาคารหรือโรงงานแบบ Real-time เพื่อหาจุดที่พลังงานรั่วไหลและสั่งการปิด-เปิดอัตโนมัติ
Waste & Water Tracking: ตรวจสอบการใช้น้ำและจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น
Emissions Monitoring: วัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิตได้โดยตรง เพื่อความโปร่งใสในการรายงานผล

2. Social (สังคม): ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัย

IoT ไม่ได้ดูแลแค่เครื่องจักร แต่ยังดูแล คน ในห่วงโซ่คุณค่าด้วย:
Occupational Health & Safety: เซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น ค่าฝุ่น PM2.5 เสียง หรือความร้อน เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
Supply Chain Traceability: ตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบเพื่อให้มั่นใจว่ามาจากแหล่งที่รับผิดชอบต่อสังคมและไม่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย

3. Governance (ธรรมาภิบาล): ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ด้วย Data

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกิดจากข้อมูลที่บิดเบือนไม่ได้:
Data Integrity: ข้อมูลจาก IoT ถูกส่งตรงจากเซ็นเซอร์เข้าสู่ระบบ Cloud ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) และการแต่งตัวเลข (Greenwashing)
Compliance: ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเคร่งครัด พร้อมมีหลักฐานดิจิทัลที่เรียกดูได้ตลอดเวลา

สรุป: ก้าวแรกสู่ความยั่งยืนดิจิทัล

การเริ่มต้นใช้ IoT เพื่อ ESG ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน แต่ควรเริ่มจากจุดที่เห็นผลชัดที่สุด (Quick Wins) เช่น การลดค่าไฟหรือการจัดการขยะ เมื่อเรามีข้อมูลที่แม่นยำ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายและทรงพลัง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

infodeck.io

Trending IT Solutions Blog